ความรู้เรื่องของปุ๋ย
โพสต์เมื่อ : 13 ธ.ค 2565 เวลา 7:4 น.
อย่างที่เราได้บอกกับพี่น้องเกษตรกรเสมอว่า “ดิน คือหัวใจสำคัญของการเกษตร” ดินเป็นแหล่งธาตุอาหารน้ำ และอากาศของพืช ซึ่งดินเองก็มีหลายประเภท มีแร่ธาตุที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่
องค์ประกอบของดินที่ดีที่สุด จะประกอบไปด้วย 1.สารละลาย 25% 2.อากาศ 25% 3.อินทรีย์วัตถุ 5% 4.แร่ 45% ธาตุอาหารต้องดี แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า ดินที่ดีที่สุดที่ปลูกได้ทุกอย่าง ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ดังนั้นจึงเป็นที่มาที่จะต้องเสริมแร่ธาตุต่างๆเพื่อเป็นอาหารให้กับพืช ธาตุอาหารของพืชมี 16 ชนิด ได้แก่ ออกซิเจน กำมะถัน แมงทานิส ไฮโดรเจน แคลเซียม ทองแดง คาร์บอน เหล็ก โบรอน ไนโตรเจน แมกนีเซียม โมลิบดินัม ฟอสฟอรัส สังกะสี คลอรีน โปรตัสเซียม ธาตุอาหารหลัก (N P K) ประกอบไปด้วย ไนโตรเจน (N): ตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาของเซลล์ เนื้อเยื่อที่มีชีวิต ทำให้พืชมีสีเขียว มีความแข็งแรง ฟอสฟอรัส (P): สำคัญต่อการแบ่งเซลล์ สร้างเซลล์ ช่วยการเจริญเติบโตของราก ช่วยพัมนาเมล็ดหรือผล โพแทสเซี่ยม (K): ควบคุมการเปิด-ปิด ของปากใบ ช่วยให้ทุกส่วนของพืชและระบบรากแข็งแรง ทนทานต่อโรค และแมลง ช่วยเพิ่มขนาดของผลผลิต เมล็ด และคุณภาพของผลผลิต ส่วนธาตุอาหารเสริม (Fe Mn Zn B Mo Cu CI) ได้แก่ เหล็ก(Fe) จำเป็นต่อคลอโรฟิลด์ / แมงกานีส (Mn) กระตุ้นเอ็มไซม์ที่เกี่ยวกับประโยชน์ของไนโตรเจน และการสร้่างคลอโรฟิลด์ / สังกะสี (Zn) เป็นธาตุที่จำเป็นต่อการสร้างคลอโรฟิลด์ และสร้างเมล็ดของพืช ส่งเสริมธาตุฟอสฟอรัส (P) และไนโตรเจน (N) ในพืช / โบรอน (B) จำเป็นสำหรับการสร้างโปรตีน เพิ่มหรือส่งเสริมประโยชน์ให้กับ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส แคลเซียม และควบคุมการใช้น้ำของพืช / โมลิบดินัม (Mo) จำเป็นสำหรับจุลินทรีย์โรโซเบียน เพื่อใช้การตรึงไนโตรเจนที่ปนของพืชตระกูลถั่ว / ทองแดง (Co) ช่วยสร้างวิตามินเอในพืช / คลอรีน (CI) เร่งการสร้างแป้ง ช่วยในการเจริญเติบโตของราก
องค์ประกอบของดินที่ดีที่สุด จะประกอบไปด้วย 1.สารละลาย 25% 2.อากาศ 25% 3.อินทรีย์วัตถุ 5% 4.แร่ 45% ธาตุอาหารต้องดี แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า ดินที่ดีที่สุดที่ปลูกได้ทุกอย่าง ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ดังนั้นจึงเป็นที่มาที่จะต้องเสริมแร่ธาตุต่างๆเพื่อเป็นอาหารให้กับพืช ธาตุอาหารของพืชมี 16 ชนิด ได้แก่ ออกซิเจน กำมะถัน แมงทานิส ไฮโดรเจน แคลเซียม ทองแดง คาร์บอน เหล็ก โบรอน ไนโตรเจน แมกนีเซียม โมลิบดินัม ฟอสฟอรัส สังกะสี คลอรีน โปรตัสเซียม ธาตุอาหารหลัก (N P K) ประกอบไปด้วย ไนโตรเจน (N): ตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาของเซลล์ เนื้อเยื่อที่มีชีวิต ทำให้พืชมีสีเขียว มีความแข็งแรง ฟอสฟอรัส (P): สำคัญต่อการแบ่งเซลล์ สร้างเซลล์ ช่วยการเจริญเติบโตของราก ช่วยพัมนาเมล็ดหรือผล โพแทสเซี่ยม (K): ควบคุมการเปิด-ปิด ของปากใบ ช่วยให้ทุกส่วนของพืชและระบบรากแข็งแรง ทนทานต่อโรค และแมลง ช่วยเพิ่มขนาดของผลผลิต เมล็ด และคุณภาพของผลผลิต ส่วนธาตุอาหารเสริม (Fe Mn Zn B Mo Cu CI) ได้แก่ เหล็ก(Fe) จำเป็นต่อคลอโรฟิลด์ / แมงกานีส (Mn) กระตุ้นเอ็มไซม์ที่เกี่ยวกับประโยชน์ของไนโตรเจน และการสร้่างคลอโรฟิลด์ / สังกะสี (Zn) เป็นธาตุที่จำเป็นต่อการสร้างคลอโรฟิลด์ และสร้างเมล็ดของพืช ส่งเสริมธาตุฟอสฟอรัส (P) และไนโตรเจน (N) ในพืช / โบรอน (B) จำเป็นสำหรับการสร้างโปรตีน เพิ่มหรือส่งเสริมประโยชน์ให้กับ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส แคลเซียม และควบคุมการใช้น้ำของพืช / โมลิบดินัม (Mo) จำเป็นสำหรับจุลินทรีย์โรโซเบียน เพื่อใช้การตรึงไนโตรเจนที่ปนของพืชตระกูลถั่ว / ทองแดง (Co) ช่วยสร้างวิตามินเอในพืช / คลอรีน (CI) เร่งการสร้างแป้ง ช่วยในการเจริญเติบโตของราก
ทำไมต้องใช้ปุ๋ย
อย่างที่เราเกริ่นไป ว่าแต่ละพื้นที่ดินก็ไม่เหมือนกัน ภูมิประเทศ ภูมิอากาศแตกต่างกัน ดังนั้น อาจทำให้พืชที่เรามองว่าเหมาะสมจะปลูก อาจพัฒนา เติบโตได้อย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าดินที่ดีอาจทำให้พืชเจริญเติบโตได้ แต่ก็ไม่อาจการันตีระยะเวลาการเติบโตได้ และไม่การันตีผลผลิต ดังนั้น ปุ๋ยจึงเข้ามาช่วย ที่จะมาช่วยปรับสมดุลของธาตุอาหารของดินทำให้พืชที่อาหารที่เหมาะสมแก่การเติบโต ออกดอกออกผล ในเวลาที่เหมาะสม และได้ผลผลิตที่ควรจะเป็น ยกตัวอย่าง กรณีที่เราเคยให้คำปรึกษากับเกษตรกรยางพารา คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าพื้นที่ภาคใต้ ปลูกยางพาราได้ ซึ่งก็ถูกต้อง ปลูกได้ แต่ทำไมบางแห่งกรีดน้ำยางออกมาแล้วแทบไม่มีน้ำ? เหตุผลหนึ่งนั่นเป็นเพราะ พืชอาจไม่ได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และออกดอกออกผล ดังนั้น ปุ๋ยจึงต้องเป็นตัวช่วยที่เข้าไปเสริมธาตุอาหารต่างๆให้กับดินและพืชเป็นต้น